วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

14.การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)


สุภาพ วาดเขียน (2520 : 30) การวิเคราะห์ข้อมูลคือการจำแนกข้อมูลโดยจัดอันดับความมากน้อย ใหญ่เล็กและจัดระเบียบข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ การตรวจนับ การตรวจสอบข้อบกพร่องและความเชื่อถือของแหล่งที่มาตลอด การพิจารณาว่าข้อมูลที่รวบรวมมาได้นั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่ ตอบสมมติฐานหรือปัญหาที่ตั้งไว้หรือไม่ การวิเคราะห์ข้อมูลนับว่าเป็นการแสดงหรือการสาธิตผลการทดลองออกมาได้เห็นอย่างชัดเจนมีเหตุผล และนำเอาวิธีการทดลองสถิติมาใช้วิเคราะห์และตีความหมาย ซึ่งจะต้องใช้ประสบการณ์ ความรอบรู้ เหตุผล ความยุติธรรม ความเชื่อได้ ความชำนาญ และหลักการต่างๆในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการวิเคราะห์

บุญเรียง ขจรศิลป์ (2539 : 189) การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการเลือกใช้สถิติให้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการวิจัย ซึ่งการเลือกใช้สถิติให้เหมาะสมนั้น ผู้วิจัยควรทราบว่าข้อมูลที่มีอยู่นั้นเป็นข้อมูลชนิดอะไร สถิติที่เลือกมาใช้นั้นมีข้อตกลงเบื้องต้นอะไรบ้าง และค่าสถิติต่างๆ นั้นจะใช้ในสถานการณ์อะไรบ้าง วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีใช้ในการวิจัย นั้นขึ้นอยู่กับว่าการรวบรวมข้อมูลในการวิจัยนั้น รวบรวมมาจากสมาชิกทุกหน่วยในกลุ่มประชากรหรือรวบรวมจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประชากร ถ้ารวบรวมจากกลุ่มประชากรสถิติที่จะนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นเป็น พรรณนาสถิติ แต่ถ้าการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเป้าหมายในการวิจัยนั้น ต้องการที่จะสรุปอ้างอิงไปหากลุ่มประชากรสถิติที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคืออนุมานสถิติ

สาวิตรี โรจนะสมิต อาร์โนลด์ (2545 : 10) การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำผลสรุปที่ได้ไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจนั้น จะต้องเลือกวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลให้ถูกต้องและเหมาะสม โดยพิจารณาว่าต้องการวิเคราะห์ข้อมูลแบบกี่ตัวแปร และต้องการเสนอผลในรูปสถิติเชิงพรรณนาหรือสถิติเชิงอนุมาน ซึ่งวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละแบบจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับข้อมูลและการเสนอผล

                สรุป
                การวิเคราะห์ข้อมูลลเป็นการเลือกใช้สถิติให้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการวิจัย ซึ่งการเลือกใช้สถิติให้เหมาะสมนั้น ผู้วิจัยควรทราบว่าข้อมูลที่มีอยู่นั้นเป็นข้อมูลชนิดอะไร สถิติที่เลือกมาใช้นั้นมีข้อตกลงเบื้องต้นอะไรบ้าง และค่าสถิติต่างๆ นั้นจะใช้ในสถานการณ์อะไรบ้าง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาเสนอผลในรูปสถิติเชิงพรรณนาหรือสถิติเชิงอนุมาน ซึ่งวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละแบบจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับข้อมูลและการเสนอผล


                 อ้างอิง
                สุภาพ วาดเขียน. (2520). วิธีวิจัยเชิงการทดลองทางการศึกษา. กรุงเทพฯ ศูนย์หนังสือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
                บุญเรียง ขจรศิลป์. (2539). วิธีวิจัยทางการศึกษากรุงเทพฯ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
                สาวิตรี โรจนะสมิตอาร์โนลด์. (2545). มิติใหม่ของการจัดการเรียนรู้กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

13. การรวบรวมข้อมูล (Data Collection)


              ประคอง กรรณสูต (2529 : 12) การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นกระบวนการและเทคนิคที่ใช้ในการแสวงหาข้อมูล เพื่อการนำเสนอหรือนำไปดำเนินการตามหลักสถิติ ถ้าการออกแบบวิจัยที่ดีก็จะมีการกำหนดการเก็บรวบรวมข้อมูลดีด้วย ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้อาจจะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ข้อมูลที่แสดงในรูปของตัวเลข เป็นต้น 
                
                 นิรันดร์ จุลทรัพย์ (2552 : 156) การเก็บรวบรวมข้อมูล หมายถึง กระบวนการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ของการวิจัย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น การเก็บข้อมูล (Data Collection) และการรวบรวมข้อมูล

                 พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2544 : 383) การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการอธิบายถึงวิธีการที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ว่าจะดำเนินการอย่างไร ในช่วงเวลาใด เช่น ส่งทางไปรษณีย์หรือนำไปให้กลุ่มตัวอย่างเอง โดยวิธีการสอบถาม ทดสอบ สัมภาษณ์ หรือสังเกต ในกรณีที่จะเป็นการวิจัยในเชิงทดลองจะต้องกล่าวถึงขั้นตอนในการดำเนินการทดลอง พร้อมระบุการเก็บรวบรวมข้อมูลใหสอดคล้องตลอดการทดลอง

                 สรุป
                 การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นกระบวนการและเทคนิควิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือการแสวงหาข้อมูล โดยจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ในช่วงเวลาใด อาจใช้วิธีการสอบถาม แบบทดสอบ การสัมภาษณ์ เป็นต้นเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวิจัย

                 อ้างอิง
ประคอง กรรณสูต. (2529). สถิติเพื่ออการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ปทุมธานี : ศูนย์หนังสือ ดร.ศรีสง่า จำกัด.
นิรันดร์ จุลทรัพย์. (2552). การวิจัยทางจิตวิทยาการแนะแนว. กรุงเทพฯ : นำศิลป์โฆษณา จำกัด.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2544). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ศูนย์หนังสือราชภัฏพระนคร.
              

12.ระเบียบวิธีวิจัย (Research methodology)


                พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2547 : 153) กล่าวว่า ระเบียบวิธีวิจัยเป็นวิธีการที่ใช้สืบแสะหาความรู้ความจริง ซึ่งมีรูปแบบในการหาความรู้ ความจริงต่างๆกันหลายรูปแบบ ผู้วิจัยควรจะเลือกใช้ให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายของการวิจัยหรือธรรมชาติของสิ่งที่จะศึกษา

                สุทิติ ขัตติยะ (2553 : 29) อ้างถึง Black & Champion.1976 ว่า เป็นคำที่มีความหมายครอบคลุมทั้งหมดของกระบวนการดำเนินการวิจัย นับตั้งแต่ปัญหาการวิจัย รูปแบบการวิจัย วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล การตีความและสรุปการวิจัย ซึ่งรูปแบบการวิจัยเกี่ยวข้องกับการออกแบบการวิจัยเป็นแกนประสานปัญหาการวิจัยกับวิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

                รัตนะ บัวสนธ์ (2551 : 98) กล่าวว่า ระเบียบวิธีวิจัย หมายถึง กระบวนทัศน์ (Paradigm) ทฤษฎี หลักการ และกระบวนการดำเนินงานทุกขั้นตอน จึงครอบคลุมไปถึงวิธีการและเทคนิคของการวิจัยด้วย ซึ่งวิธีการและเทคนิคของการวิจัยเป็นเรื่องของกาทำกิจกรรมขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการวิจัยเท่านั้น

                สรุป 
ระเบียบวิธีวิจัยเป็นวิธีการที่ใช้สืบแสะหาความรู้ความจริง ซึ่งมีรูปแบบในการหาความรู้ ความจริงต่างๆกันหลายรูปแบบ ผู้วิจัยควรจะเลือกใช้ให้เหมาะาและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการวิจัย กรอบแนวคิด ทฤษฎีที่สนับสนุนการวิจัย ตลอดจนลักษณะของข้อมูลที่ต้องการเก็บรวบรวม

                 อ้างอิง
พิชิต ฤทธิ์จรูญ(2547)ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ เฮ้าส์ออฟ เคอร์มีสท์.
สุทิติ ขัตติยะ. (2553). แบบแผนการวิจัยและสถิติกรุงเทพฯ หจก.เปเปอร์เฮาส์.
รัตนะ บัวสนธ์. (2551). ปรัชญาวิจัย (Philosophy of Research)กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

11. รูปแบบการวิจัย ( Research Design )

               บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2533 : 16ได้กล่าวว่า รูปแบบการวิจัย(Research Design)เป็นการสำรวจให้ทราบว่าประเด็นปัญหาในทำนองที่สนใจนั้น มีใครทำวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวแปรที่ศึกษามีอะไรบ้าง มีการควบคุมตัวแปรภายนอกอย่างไร มีอะไรบ้างเป็นประชากร สุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการอย่างไร เก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร ใช้สถิติอะไรบ้าง


   เรืองอุไร ศรีนิลทา (2535 : 228ได้กล่าวว่า รูปแบบการวิจัยจะต้องมีรูปแบบ(format)ตามที่หน่วยงานที่กำกับการดำเนินงานวิจัยหรือองค์กรที่จะตีพิมพ์งานวิจัยออกเผยแพร่กำหนด รูปแบบของการวิจัย เป็นแนวทางโดยทั่วไปของการจัดรายละเอียดให้เป็นหมวดหมู่ และการเรียงลำดับรายละเอียดของงานวิจัยนั้น รูปแบบของการเขียนรายงานวิจัยที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอยู่มากมาย โดยปกติหน่วยงานที่กำกับการดำเนินงานวิจัยแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งองค์กรที่ตีพิมพ์รายงานการวิจัยออกเผยแพร่แต่ละองค์กรด้วย จะกำหนดรูปแบบของรายงานวิจัยนั้นขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายถือปฏิบัติฉะนั้น ก่อนที่จะเริ่มเขียนรายงานวิจัย ผู้วิจัยจึงจำเป็นต้องศึกษารูปแบบของรายงานการวิจัยที่หน่วยงานกำกับการดำเนินงานวิจัยของตน และองค์กรที่ตนประสงค์จะให้ตีพิมพ์รายงานวิจัยของตนออกเผยแพร่  กำหนดและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้กับรายละเอียดที่สำคัญต่างๆของรูปแบบนั้น  แล้วปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการเขียนรายงานวิจัย

  ไพศาล หวังพานิช (2531 : 80ได้กล่าวว่า รูปแบบการวิจัย เป็นแบบการวิจัยจะช่วยให้ผู้วิจัยสามารถหาคำตอบของปัญหาที่ต้องการศึกษาค้นคว้าได้อย่างถูกต้องแบบการวิจัยมีหลายแบบด้วยกัน ซึ้งมีตั้งแต่แบบที่ง่ายไปจนถึงแบบที่สลับซับซ้อนการที่ผู้วิจัยจะเลือกใช้แบบใดนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการศึกษา ต้องการคำตอบในเรื่องใดบ้าง ลึกซึงแค่ไหน

  สรุป
  รูปแบบของการวิจัย เป็นแนวทางโดยทั่วไปของการจัดรายละเอียดให้เป็นหมวดหมู่ และการเรียงลำดับรายละเอียดของงานวิจัยนั้น รูปแบบของการเขียนรายงานวิจัยที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอยู่มากมาย โดยปกติหน่วยงานที่กำกับการดำเนินงานวิจัยแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งองค์กรที่ตีพิมพ์รายงานการวิจัยออกเผยแพร่แต่ละองค์กรด้วย จะกำหนดรูปแบบของรายงานวิจัยนั้นขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายถือปฏิบัติฉะนั้น ก่อนที่จะเริ่มเขียนรายงานวิจัย ผู้วิจัยจึงจำเป็นต้องศึกษารูปแบบของรายงานการวิจัยที่หน่วยงานกำกับการดำเนินงานวิจัยของตน และองค์กรที่ตนประสงค์จะให้ตีพิมพ์รายงานวิจัยของตนออกเผยแพร่  

อ้างอิง
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2533). การวิจัยการวัดและประเมินผลกรุงเทพฯ :
            โรงพิมพ์ศรีอนันต์.
เรืองอุไร ศรีนิลทา. (2535). ระเบียบวิธีวิจัยกรุงเทพฯ : สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม 
             มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ไพศาล หวังพานิช. (2531). วิธีการวิจัย. กรุงเทพฯ : งานส่งเสริมวิจัยและตำรากองบริหาร
             การศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

10. การให้คำนิยามเชิงปฎิบัติการที่จะใช้ในการวิจัย (Operational Defenition)


             เก่ง  ภูวนัย (http://blog.eduzones.com/jipatar/85921)  กล่าวว่า   ในการวิจัย อาจมี ตัวแปร (variables) หรือคำ (terms) ศัพท์เฉพาะต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องให้คำจำกัดความอย่างชัดเจน ในรูปที่สามารถสังเกต (observation) หรือวัด (measurement) ได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจมีการแปลความหมายไปได้หลายทาง ตัวอย่างเช่น คำว่า คุณภาพชีวิตตัวแปรที่เกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ ,ความพึงพอใจความปวด เป็นต้น

             สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ (2538 : 346) กล่าวว่า  การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติการที่จะใช้ในการวิจัย  เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่านเกี่ยวกับตัวแปรบางตัวแปรที่ใช้ ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างจากงานวิจัยอื่นอย่างไร การนิยามควรเป็นการนิยามเชิงทฤษฏีควบคู่กับการนิยามเชิงปฏิบัติการ

              http://www.banprak-nfe.com/webboard/index.php?topic=167.0. กล่าวว่า  เป็นการให้ความหมายของคำที่เป็นแนวคิด ออกมาในลักษณะที่วัดได้ สังเกตได้ เพื่อให้มีความหมายที่แน่นอนมีขอบเขตเป็นอย่างเดียวกัน จะได้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนในงานวิจัย ทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายตรงกัน การให้ความหมายของคำในเชิงปฏิบัติการจะต่างไปจากความหมายเชิงทฤษฎี คือ จะเน้นที่การวัด การสังเกตที่ปฏิบัติได้แต่คำนิยามที่ให้ต้องไม่ขัดกับความหมายเชิงทฤษฎี

            สรุป
            การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติการที่จะใช้ในการวิจัย  เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่านเกี่ยวกับตัวแปรบางตัวแปรที่ใช้ ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างจากงานวิจัยอื่นอย่างไร  เป็นการให้ความหมายของคำที่เป็นแนวคิด ออกมาในลักษณะที่วัดได้ สังเกตได้ เพื่อให้มีความหมายที่แน่นอนมีขอบเขตเป็นอย่างเดียวกัน จะได้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนในงานวิจัย ทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายตรงกัน

            อ้างอิง
เก่ง  ภูวนัย. (ออนไลน์). http://blog.eduzones.com/jipatar/85921. สืบค้นเมื่อวันที่  14 พฤศจิกายน  ..2555.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2538). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ : สารสาสน์.
http://www.banprak-nfe.com/webboard/index.php?topic=167.0. สืบค้นเมื่อวันที่  14  พฤศจิกายน  ..2555.

9. คำสำคัญ (Key words )


                     กวีคลับดอทคอม  (http://www.kaweeclub.com/b84/keyword/#.UKzl7NVvqe0) กล่าวว่า Keyword คีย์เวิร์ด นั้น จะเป็นคำที่ใช้ในการอธิบายรูป ลักษณะของเอกสารนั้น เช่น ชื่อเรื่อง หัวข้อ หัวเรื่อง รายละเอียดอย่างย่อของเอกสาร เพื่อความสะดวก และความรวดเร็ว ในการสืบค้น เอกสารในข้อมูลระบบ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาเว็บเพจ ที่อยู่ในฐานข้อมูลของเสิร์ชเอนจิ้น หรือการสืบค้นเอกสารต่างๆ ในระบบของห้องสมุด เป็นต้น
ดังนั้น Keyword คีย์เวิร์ดจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่ง Keyword นี้จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำตัว ของหน้าเว็บเพจหรือเรื่องนั้น ๆ

                        Makewebeasy (http://www.makewebeasy.com/articleKeywords.html)  กล่าวไว้ว่า การทำวิจัย Keywords ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ในการทำ SEO เพราะอย่างที่บอกไปแล้ว Keywords มีค่ามากในธุรกิจการค้นหา ดังนั้น Keywords ที่แต่ละคนใช้มักจะไม่บอกกัน เพราะมันคือสิ่งที่จะทำเงินให้เราได้อย่างมากมาย

                        http://th.wikipedia.org/wiki/  กล่าวว่า คำสำคัญคือ คำที่แสดงเนื้อหาสำคัญของสารนิพนธ์ที่จะใช้เป็นคำหลักในการสืบค้นสารนิพนธ์เรื่องนั้น ๆการกำหนดคำสำคัญควรมีจำนวนพอสมควร เพื่อความสะดวกในการสืบค้น แต่ไม่ควรเกิน 5 คำ แต่ละคำไม่จำกัดจำนวนตัวอักษร โดยจำนวนอักษรรวมทั้งหมดไม่เกิน 75 ตัวอักษร

                      สรุป
                      คำสำคัญ คือ คำที่แสดงเนื้อหาสำคัญของสารนิพนธ์ที่จะใช้เป็นคำหลักในการสืบค้นสารนิพนธ์เรื่องนั้น ๆการกำหนดคำสำคัญควรมีจำนวนพอสมควร เพื่อความสะดวกในการสืบค้น

                       อ้างอิง
กวีคลับดอทคอม. [ออนไลน์]. http://www.kaweeclub.com/b84/keyword/#.UKzl7NVvqe0. เข้าถึงเมื่อ
            วันที่ 20 พฤศจิกายน  2555.
makewebeasy. [ออนไลน์]. http://www.makewebeasy.com/articleKeywords.html. เข้าถึงเมื่อวันที่
             20 พฤศจิกายน 2555.
http://th.wikipedia.org/wiki/. เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555.

8.ข้อตกลงเบื้องต้น (Assumption)


                พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2544 : 376) เป็นการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการทำวิจัยและผลการวิจัยที่ได้รับซึ่งจะต้องเป็นที่ยอมรับได้ โดยไม่ต้องพิสูจน์แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักเหตุผล มีหลักฐานข้อเท็จจริงสนับสนุนอ้างอิงและเชื่อถือได้

                พรศรี ศรีอัษฎาพร (2529 : 161) เป็นข้อเท็จจริงพื้นฐานของการวิจัยที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า เป็นความจริงโดยไม่ต้องพิสูจน์ ช่วยให้ผู้ทำวิจัยและผู้อ่านเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับตัวแปรที่ต้องการศึกษา ในการวิจัยจำเป็นต้องมีข้อตกลงเบื้องต้นก็เพื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขหรือตัวแปรบางอย่างให้ตายตัวเป็นการขจัดข้อขัดแย้งไม่ให้มองในลักษณะอื่น จะได้พิจารณาความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ต้องการศึกษาได้แจ่มแจ้งง่ายต่อการตีความหมายข้อมูลและสรุปผล

                องอาจ นัยพัฒน์ (2548 : 401) เป็นการเขียนเพื่อแถลงการให้ผู้อ่านทราบกรอบบังคับหรือปัจจัยพื้นฐานบางประการที่ทำให้การดำเนินการวิจัยไม่สามารถกระทำได้อย่างสมบูรณ์เท่าที่ควรจะเป็น อันเป็นผลให้ข้อค้นพบที่ได้จากการศึกษาวิจัยสรุปอ้างอิงไปสู่ประชากรภายใต้ขอบเขตจำกัด ๆไม่สามารถขยายข้อค้นพบจากการวิจัยไปสู่วงกว้างได้ กล่าวคือการกำหนดขอบเขตของการวิจัยให้กว้างหรือแคบมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดของการศึกษาวิจัย
     
               สรุป
               ข้อตกลงเบื้องต้น เป็นการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการทำวิจัยและผลการวิจัยที่ได้รับซึ่งจะต้องเป็นที่ยอมรับได้ โดยไม่ต้องพิสูจน์แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักเหตุผล  เป็นความจริงโดยไม่ต้องพิสูจน์ ช่วยให้ผู้ทำวิจัยและผู้อ่านเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับตัวแปรที่ต้องการศึกษา ในการวิจัยจำเป็นต้องมีข้อตกลงเบื้องต้นก็เพื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขหรือตัวแปรบางอย่างให้ตายตัวเป็นการขจัดข้อขัดแย้งไม่ให้มองในลักษณะอื่นจะได้พิจารณาความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ต้องการศึกษาได้แจ่มแจ้งง่ายต่อการตีความหมายข้อมูลและสรุปผล

              อ้างอิง
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2544). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสัมคมศาสตร์. กรุงเทพฯ ศูนย์หนังสือราชภัฏพระนคร.
พรศรี ศรีอัษฎาพร. (2529). สถิติและการวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ สามเจริญพานิช.
องอาจ นัยพัฒน์. (2548). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรมศาสตร์
         และสังคมศาสตร์กรุงเทพฯ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามลดา.